วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2553

สถานที่ทำงาน

ที่บ้านสวนลีลาวดีครูแน็ต,ครูคูณ

วิทยากรลูกเสือ
เราหมู่หมี  ที่ค่ายไพรวิจิต

ลูกเสือบำเพ็ญประโยชน์

บนทางเดินป่าชายเลน

ป้ายบอกแล้ว

พ่อถ่ายภาพแม่และลูกช่วยกันปลูกผักสวนครัว

เพื่อนร่วมห้อง...(ป.โท)

ประชุมชี้แจง  เรียนฟรีผู้ปกครองนักเรียน

บนหอแก้ว  มุกดาหาร

กับปราชญ์ชาวบ้านและท่านรองวิบูลย์ศักดิ์

บรรยายพิเศษคณะ ลส.ชบ. อำเภอแคนดง

วิทยากรค่ายวิชาการกลุ่มร.ร.แคนดง 2

บทความทางการศึกษา

ถ้าครู หยุดเรียนรู้ ... ครูก็ต้อง หยุดสอน..!?!

โดย รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์


โลกยุคการจัดการความรู้ (Knowledge Management: KM) ซึ่งเป็นยุคที่ ความรู้คือพลัง คืออำนาจถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์กร และหน่วยงานต่างๆ ล้วนต้องการทรัพยากรมนุษย์ที่รักการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ไม่เว้นแม้แต่แวดวงการศึกษา ก็ต้องการ ครูที่ไม่หยุดเรียนรู้เช่นกัน...

การใฝ่หาความรู้ของครูในยุค KM นั้น ไม่ใช่มีการใฝ่หาความรู้เชิงวิชาการเท่านั้น แต่จำเป็นต้องใฝ่หาความรู้แบบรอบด้าน เนื่องจาก ครูเป็นทั้ง คัมภีร์ที่มีชีวิตที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการถ่ายทอด ความรู้ที่ชัดแจ้ง” (Explicit Knowledge) ซึ่งเป็นความรู้ที่สามารถรวบรวม ถ่ายทอดได้ โดยผ่านวิธีต่าง ๆ เช่น หนังสือตำราเรียน ทฤษฎี คู่มือต่าง ๆ และบางครั้งเรียกว่าเป็น ความรู้แบบรูปธรรม

นอกจากนั้น ยังเป็น ตัวจักรที่ผลักดันให้ ความรู้ที่ฝังอยู่ในตัวบุคคล” (Tacit Knowledge) เป็นความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ พรสวรรค์หรือสัญชาติญาณของแต่ละบุคคลในการทำความเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ เป็นความรู้ที่ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดหรือลายลักษณ์อักษรได้โดยง่าย เช่น ทักษะในการทำงาน หรือการคิดเชิงวิเคราะห์ โดยบางครั้งเรียกว่าเป็น ความรู้แบบนามธรรมได้ถูกนำมาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ดังนั้น ครูมืออาชีพยุค KM” จึงต้องเป็นได้มากกว่าผู้ถ่ายทอดความรู้ จากการที่ผู้เขียนได้มีโอกาสศึกษาดูงานด้านการศึกษากับคณะของปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ TDA (Training and Development Agency for Schools) ซึ่งเป็นหน่วยงานฝึกและพัฒนาบุคลากรในสถานศึกษาของประเทศอังกฤษ ทำให้สรุปได้ว่ากรอบลักษณะของ ครูอุดมคตินอกจากจะต้องมีสัมพันธภาพที่ดีกับเด็กแล้ว ยังควรเป็นบุคคลที่มีความยุติธรรม มีความน่าเคารพเชื่อถือ และเป็นกำลังใจให้เด็กในการเรียนรู้ และแก้ปัญหาต่างๆ ในชีวิต โดยครูจะต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจในการเพิ่มเติมองค์ความรู้ตลอดเวลา และประพฤติตนเป็น ต้นแบบของการคิดดี ทำดี พูดดี

การอบรมสั่งสอนเด็กจะให้ได้ผลนั้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนความคิดระหว่างโรงเรียน บ้าน และชุมชนที่อยู่แวดล้อมตัวเด็ก เพื่อให้เด็กมีสภาพความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับพัฒนาการ โดยวิธีการเรียนแบบมีส่วนร่วม ( Collaborative Learning) ถือเป็นวิธีที่สามารถพัฒนาความรู้ ทักษะในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและทำงานร่วมกับผู้อื่น

สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับครู คงหนีไม่พ้นการพัฒนาศักยภาพของตนเอง โดยเฉพาะการรู้จักสร้างสรรค์นวัตกรรมทางการสอนในรูปแบบใหม่ๆ เปิดใจให้กว้างพร้อมที่จะรับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และนำคำวิจารณ์เหล่านั้นไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการสอนให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เด็ก

เมื่อพิจารณาจากคุณสมบัติของ ครูก็คงต้องพูดตรงตรงว่าการเป็น ครูตามทฤษฎีเป็นเรื่องที่ทำได้ยากซะยิ่งกว่ายาก โดยเฉพาะการเป็น ครูไทยในยุค ข้าวแพงแต่เงินเดือนน้อยที่ต้องผจญกับสภาวะ ปากกัดตีนถีบที่ลำพังจะเอาตัวเองให้รอดก็แสนจะยากเย็น แล้วยังต้องมาแบกรับภาระอันหนักหน่วงจากการดูแลเยาวชนของชาติ ก็คงต้องบอกว่าครูยุคนี้ต้องมี จิตวิญญาณของความเป็นครูแบบเข้มข้นสุดสุด”...

แม้การเป็น พ่อพิมพ์ แม่พิมพ์จะยากลำบาก แต่เมื่อเลือกเป็น ครูก็ต้องไม่หยุดเรียนรู้ เพราะหาก หยุดเรียนรู้ ก็คงไม่ต่างจากการหมดคุณค่าของการเป็น ครู”...

แล้วถ้าเป็นเช่นนั้นจริงจริงก็ควร หยุดสอนไปเลยจะดีกว่า..!!


ที่มา - สยามรัฐ 24/4/2551

ขอบคุณที่มา: วารสารเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้บนโลกออนไลน์

วันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2553

สุขภาพปากและฟัน

3 วิธีแก้ไขฟันเหลืองอย่างได้ผล

ฟอกฟันขาว


3 วิธีแก้ไขฟันเหลืองอย่างได้ผล (Woman's Story)

          ใครที่มีปัญหาฟันเหลือง เนื่องจากการสูบบุหรี่ การดื่มชา กาแฟ หรือจากสาเหตุอะไรก็ตาม ถ้าอยากกลับมามีฟันขาวสดใสเหมือนเดิมมาฟังทางนี้เลย เพราะมีวิธีการดี ๆ มาแนะนำค่ะ

1. เจลฟอกฟันขาวชนิดใช้ร่วมกับยาสีฟัน

          วิธีการใช้ให้ป้ายเจลลงบนฟันทั้งบนและลาง จากนั้นก็แปรงฟันตามปกติเช้า – เย็น แต่ถ้าหากอยากให้ได้ผลที่ดียิ่งขึ้น อาจจะใช้วิธีแบบยาสีฟันกับเจลฟอกฟันขาวอย่างละครึ่ง แล้วแปรงตามปกติ เมื่อใช้เป็นจำจะช่วยรักษาความขาวของฟันให้สม่ำเสมอ

2. เจลฟอกฟันขาวชนิดป้าย

          วิธีการใช้จะแตกต่างจากชนิดแรก โดยต้องทำความสะอาดฟันก่อน แล้วใช้พู่กันจุ่มที่เนื้อเจลแล้วนำไปทาบริเวณฟันที่ต้องการฟอก จากนั้นครอบด้วยถาดโฟมทิ้งไว้ 15 – 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ใช้เป็นประจำ 1 – 3 อาทิตย์ ควรเริ่มจากฟันบนก่อนค่อยลงมาทำฟันล่าง

3. ปากกาฟอกฟันขาว

          วิธีนี้จะแตกต่างจาก 2 แบบแรก โดยให้ใช้วันละชั่วโมงครึ่ง ต่อจากนั้นก็วันละ 30 นาที เป็นเวลา 3 – 5 วัน แต่สำหรับผู้ที่เคยมีประวัติของการเสียวฟัน อันเนื่องมาจากไวต่อความร้อน หรือความเย็น อาจเกิดอาการเสียวฟันเล็กน้อย 1 - 2 วัน หลังจากการใช้ แต่อาการนั้นจะหายไป

          นอก จากนี้ หลังการฟอกฟันบนเนื้อฟันจะมีรูของเนื้อฟันคลายรูขุมขนของผิว ต้องเว้นจากการสูบบุหรี่ ดื่มชากาแฟ หรือไวน์แดง เป็นเวลา 2 ชั่วโมง จะได้ไม่เป็นการสะสมของคราบฟันอีกครั้ง


วันพุธที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2553

A.T.C.(ผู้นำ รุ่น 474)

ณค่ายลูกเสือไพรวิจิตร
กับเจ้าของค่ายไพรวิจิต กำนันแดง ชำนาญ  ไพรวิจิตร

ปิดคอร์ส อ.สมจิต สงสาร


















วันจันทร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

 ปฐมนิเทศ ป.โท(ม.กรุงเทพธนบุรี) 11ก.ค. 53
รดน้ำขอพรคุณแม่(พระพรหมของลูก)